เที่ยวทิพย์

โครงการช้อปดีมีคืน ช่องทางลดหย่อนภาษีปี 2565

โครงการช้อปดีมีคืน ช่องทางลดหย่อนภาษีปี 2565

โครงการช้อปดีมีคืน เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการดังกล่าวช่วยให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้ามาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่ใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท วันนี้แอดมินจึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขและการยื่นภาษีในปี 2566 ที่กำลังจะมาถึงนี้มาให้ทุกท่านได้ศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนค่าใช้จ่าย และแนวทางการลดหย่อนภาษีในปี 2565 ตลอดจนเตรียมคำนวณภาษีที่จะต้องชำระในปีต่อไปกัน โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

ช้อปดีมีคืนสามารถลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?

ช้อปดีมีคืนสามารถลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?

รัฐบาลได้กำหนดให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้า หรือบริการมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • หากซื้อสินค้า มูลค่า 10,000 บาท สามารถใช้สิทธิ์ได้จำนวน 10,000 บาท
  • หากซื้อสินค้า มูลค่า 50,000 บาท จะสามารถใช้สิทธิ์ได้เพียง 30,000 บาทเท่านั้น

ช้อปดีมีคืนให้สิทธิ์กับใครบ้าง?

ช้อปดีมีคืนให้สิทธิ์กับใครบ้าง?
  • ผู้ที่เป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2565 และต้องการนำค่าใช้จ่ายจากการเข้าร่วมโครงการไปใช้ในการลดหย่อนภาษีในปี 2566 
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคล ไม่สามารถใช้สิทธิ์ในโครงการนี้ได้
  • ผู้ที่ไม่มีรายได้ หรือผู้ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี หรือผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี แต่มีค่าลดหย่อนภาษีอื่น ๆ ที่ทำให้ไม่จำเป็นต้องเสียภาษี จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้ เพราะไม่ได้อยู่ในกลุ่มบุคคลที่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว

ช้อปดีมีคืนมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง?

ช้อปดีมีคืนมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง?
  • ผู้ที่เข้าร่วมโครงการไม่ต้องลงทะเบียนผ่านระบบใด ๆ เพียงแค่เริ่มต้นซื้อสินค้าหรือบริการที่เป็นไปตามเงื่อนไข จากนั้นให้ขอใบกำกับภาษีรูปแบบเต็มมาจากร้านค้า แล้วนำมาใช้ประกอบการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2566 เพื่อลดหย่อนภาษีเหมือนกับการลดหย่อนภาษีประเภทอื่น ๆ 
  • ผู้ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งสามารถเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนได้ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน 
  • สินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืน ได้แก่
    • สินค้าและบริการในประเทศ ซึ่งอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • หนังสือ
    • สินค้า OTOP 
  • สินค้าและบริการที่ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่
    • สุรา ไวน์ เบียร์
    • ยาสูบ
    • น้ำมัน ก๊าซสำหรับยานพาหนะ
    • รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ
    • หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ค่าบริการอื่น ๆ ที่อยู่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอินเทอร์เน็ต
    • บริการนำเที่ยว ซึ่งจ่ายเงินให้ผู้ประกอบการธุรกิจหรือมัคคุเทศก์
    • ค่าที่พัก
    • ค่าสาธารณูปโภค ได้แก่ ค่าไฟฟ้า ค่าประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต
    • ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย ได้แก่ ประกันอัคคีภัย ประกันรถยนต์ ฯลฯ
    • ค่าบริการระยะยาว

อย่างไรก็ดีสินค้าและบริการที่ไม่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ดังนั้นหากใครต้องการเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนควรศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขให้ถี่ถ้วน จากนั้นจึงวางแผนในการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการตามความจำเป็น เพื่อให้สามารถรับสิทธิประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนเป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดไว้

อ่านบทความเศรษฐกิจเพิ่มเติม : เปิดตำราคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี 2565