เที่ยวทิพย์

แชร์ 7 วิธีดูแลสุขภาพดวงตา ให้ยังอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน

แชร์ 7 วิธีดูแลสุขภาพดวงตา ให้ยังอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน

ดวงตาไม่ได้เป็นแค่หน้าต่างของหัวใจ แต่ยังเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่าง ๆ แต่การใช้ชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ที่มีพฤติกรรมจ้องหน้าจอตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นจากมือถือ Tablet คอมพิวเตอร์ ก็ทำให้ใครหลาย ๆ คน ประสบปัญหาสุขภาพของดวงตาที่เสื่อมถอยก่อนวัยอันควร ในวันนี้เราจะมาขอแชร์วิธีในการดูแลสุขภาพตาให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เพื่อป้องกันไม่ให้ดวงตาของเราถูกทำร้าย จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

7 วิธีดูแลดวงตา 

7 วิธีดูแลดวงตา 

1. สวมเเว่นกรองแสง ในเมื่อเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอได้ การสวมแว่นกรองแสงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยป้องกันดวงตาของคุณจากแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ โดยพิจารณาเลือกเลนส์ที่มีคุณภาพ ถึงราคาอาจจะสูงไปนิด แต่ถ้าเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องไปพบหมอเมื่อดวงตาของเราเกิดปัญหา ก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะลงทุน

2. ปรับแสงสว่างหน้าจอให้พอดี ลองปรับความสว่างให้เหมาะสม ไม่สว่างจ้าหรือมืดจนเกินไป เพราะหากสว่างเกินไปอาจทำให้เราแสบตา เกิดอาการตาแห้ง หรือหากมืดเกินไป จะทำให้เราเพ่งสายตามากกว่าปกติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนัก จนเป็นเหตุให้เราปวดบริเวณกระบอกตาได้ ทั้งนี้ควรคำนึงถึงแสงสว่างในบริเวณที่เราอยู่ด้วย

3. เว้นระยะจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม โดยเว้นระยะห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ประมาณหนึ่งช่วงแขน เช่นเดียวกับมือถือ ควรยกมือถือให้อยู่ในระดับสายตาและยื่นออกให้สุดแขน วิธีนี้จะช่วยลดอาการปวดคอเวลาก้มมองมือถือนาน ๆ ได้เช่นกัน

4. พักสายตาบ้าง การจ้องหน้าจอนาน ๆ ทำให้ตาเมื่อยล้า พร่ามัว และอาจเกิดอาการปวดศีรษะตามมาได้ ลองพักสายตาทุกๆ 20 นาที ด้วยการมองออกไปด้านนอก ลองมองดูวิว ท้องฟ้า ต้นไม้ นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการเมื่อยล้าของดวงตาแล้ว ยังช่วยให้เราผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานได้อีกด้วย

5. บริหารดวงตาเป็นประจำ โดยการกรอกตาช้าๆ เป็นวงกลมตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกา ให้ทำรอบละ 10 ครั้ง ทุกๆ 2 ชั่วโมง อย่าลืมตั้งคอให้ตรง นอกจากนี้ยังมีท่าบริหารอื่น ๆ อีกมากมาย ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมกันได้

6. อาหารการกินก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเลือกรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี วิตามินเอ วิตามินดี กรดไขมันโอเมกา 3 เป็นต้น โดยสารอาหารเหล่านี้มักพบได้ใน ผักและผลไม้ ปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอนและปลาทูน่า ไข่ และถั่ว เป็นต้น

7. หมั่นไปตรวจสายตาบ้าง โดยอาจไปตรวจสายตาทุก  1 -2 ปี ขึ้นอยู่กับช่วงอายุและสุขภาพ เพื่อเป็นการตรวจเช็คว่าตอนนี้เรามีปัญหาสายตาแล้วหรือไม่ หากรู้ก่อน ก็จะรักษาได้ก่อน แน่นอนว่าคุณจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่มากมายไปกับการรักษา

แม้วิธีการเหล่านี้ อาจไม่ได้ป้องกันดวงตาของคุณได้ 100% แต่ก็ช่วยลดปัญหาสายตาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้นี้ได้อย่างแน่นอน คงไม่สายเกินไปหากในวันนี้ เราจะหันกลับมาใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพของดวงตา ที่หลาย ๆ คนมองข้ามไป เริ่มดูแลกันตั้งแต่ตอนนี้เพื่อให้ดวงตายังอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน

แนะนำบทความเพิ่มเติม : ปวดศีรษะแบบไหน บ่งบอกว่าเป็นโรคอะไรบ้าง